ขายออนไลน์

 

การทำการตลาดด้วยคลิปวิดีโอเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยสถิติของ Media today เปิดเผยว่าคนที่ดูคลิปวิดีโอกว่า 65% พวกเขาได้ทำการติดตามและเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ถูกพูดถึงในคลิป

ถ้าหากมีการพูดถึงเบอร์โทรศัพท์ร้อยละ 39 จะโทรเข้ามาสอบถามข้อมูล นั่นแสดงว่าการทำการตลาดผ่านคลิปวิดีโอนั้นเป็นอีกหนึ่งหนทางที่สามารถรับรู้และช่วย Lead คนเข้าไปสู่แพลตฟอร์มที่คุณต้องการได้ในที่สุด และก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนทางที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย การทำคลิปวิดีโอเพื่อทำการตลาดออนไลน์บน YouTube มีขั้นตอนอย่างไรและทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1.บอกถึงวิธีการแก้ปัญหาให้แก่กลุ่มเป้าหมาย

ขายออนไลน์

โดยส่วนมากแล้ว คนเรามีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม สิ่งที่เขาต้องการก็คือการ ค้นหาสิ่งที่เป็นปัญหากับตัวคนคนนั้น หรือเข้าไปค้นหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้น เช่นการถามใน Google ดังนั้นคุณจึงต้องทำคลิปวิดีโอเพื่อให้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ การเน้นให้ความรู้ไม่ใช่การพยายามที่จะขายของอย่างเดียว เพราะคนที่ขายของไม่ได้นั้นมีแต่เราเท่านั้น หากคุณต้องการทำคลิปที่จะขายของมากเกินไปก็อาจจะทำให้สินค้าของคุณขายไม่ออกไม่ประสบความสำเร็จ พยายามสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า เมื่อลูกค้าเหล่านั้นเชื่อใจเรา เขาก็จะเข้ามาซื้อของเราอย่างง่ายดายนั่นเอง โดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องขายอะไรเลยด้วยซ้ำ

2.ทำคลิปที่ต้องแสดงจุดเด่นของสินค้าและบริการของเราว่าเรามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจกว่าสินค้าแบบเดียวกันของคนอื่นๆ

ขายออนไลน์

นอกจากจะทำคลิปที่ให้ความรู้ คุณควรที่จะต้องทำคลิปเพื่อบอกแก่กลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย ว่าสินค้าหรือบริการของเรามีจุดเด่นอะไรบ้าง และทำไมพวกลูกค้าถึงต้องซื้อสินค้าของคุณ ซึ่งคุณควรที่จะแสดงจุดเด่นของสินค้าของคุณ ภายในคลิปที่มีความยาวได้ไม่เกิน 1 นาทีเท่านั้น เพราะจากสถิติที่มีผู้เก็บรวบรวมได้แสดงว่าคนที่ดูคลิปไปแล้ว 30 วินาที พวกเขาจะปิดคลิปนั้นถึง 33 % และยังมีจำนวนถึง 45 % ที่จะปิดคลิปเมื่อผ่านไป 1 นาที ดังนั้นภายใน 1 นาที คุณจะต้องแสดงรายละเอียดของสินค้าของคุณให้ได้มากที่สุดและชัดเจนที่สุด และการที่คุณทำสิ่งเหล่านั้นได้คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงจุดเด่นในสินค้าของคุณ ว่ามีจุดเด่นอะไร และใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณ

3.ทำคลิปเปรียบเทียบสินค้าของคุณกับสินค้าตัวอื่นๆ

การทำคลิปเปรียบเทียบคุณสามารถใช้การเปรียบเทียบจาก Influencer ที่มีชื่อเสียงในด้านนั้นๆ หรือจะจากคนธรรมดาก็ได้ ในการเปรียบเทียบสินค้าคุณควรจะปล่อยให้เขาได้เปรียบเทียบในรูปแบบของเขาเองโดยอาจจะกำหนดกรอบแบบคร่าวๆ ให้พวกเขาหามุมที่เป็นจุดเด่นของสินค้าของคุณที่มีเหนือกว่าของอีกเจ้าหนึ่งก็ได้ ในการทำคลิปเพื่อเปรียบเทียบสินค้านั้นสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงเสมอคือความสมจริง เพราะว่าไม่มีสินค้าหรือบริการไหนที่จะเอาชนะคู่แข่งได้แบบ 100 % นั่นจะกลายเป็นว่าเราอวยสินค้าของเราจนเกินไปนั่นเองแต่เราควรสร้างจุดเด่นที่สามารถเอาชนะสินค้าจากคู่แข่งได้ประมาณ 80 – 90 % เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคลิปเปรียบเทียบสินค้า และการที่คุณใช้ Influencer ที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการสร้างคลิปเปรียบเทียบจะช่วยดึงดูดความสนใจให้เรามีผู้ติดตามสินค้าของเรามากขึ้น

4.คำคลิปเพื่อรีวิวผลลัพธ์ความพึงพอใจจากการใช้สินค้า

อีกหนึ่งคลิปที่น่าสนใจและคุณควรที่จะทำมันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สินค้าของคุณคือการรีวิวหลังการใช้สินค้า เพื่อแสดงประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าและบริการของคุณ หากคุณมีฐานของลูกค้าอยู่แล้วส่วนหนึ่งคุณก็อาจขอให้กลุ่มลูกค้าของคุณช่วยทำการรีวิวสินค้าและบริการของคุณได้ว่าพวกเขามีความพอใจมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าสินค้าของคุณเป็นแบรนด์ที่พึ่งเปิดตัวยังไม่ได้มีฐานลูกค้าอยู่ในมือมากนัก ผู้ที่จะมาช่วยรีวิวสินค้าให้แก่คุณได้ก็คือคนใกล้ตัวคุณทั้งครอบครัวหรือเพื่อนสนิทของคุณ โดยคุณอาจจะให้พวกเขาทดลองใช้สินค้าของเราไปก่อนและบอกความพึงพอใจของพวกเขา ประสบการณ์ของพวกเขาแล้วอัดคลิปวิดีโอเพื่อนำมาใช้เป็นคลิปวิดีโอรีวิวสินค้าได้ ในการทำคลิปวิดีโอรีวิวสินค้านั้นมีข้อแนะนำเล็กน้อยเพื่อที่คลิปของคุณที่ถ่ายไว้จะได้ไม่เสียเปล่าก็คือ ให้ผู้ที่รีวิวบอกเป็นประสบการณ์ก่อนใช้และหลังที่ใช้ เพื่อให้เขามีกรอบความคิดอยู่ในหัวว่าเขาควรพูดถึงประเด็นไหนบ้าง หากไม่กำหนดกรอบคร่าวๆ ในการรีวิวก็อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้รีวิวก็จะพูดวนไปวนมาจนทำให้คลิปนั้นหมดความน่าเชื่อถือหรือถึงขั้นใช้ไม่ได้ก็ได้